โครงงานพิชิตสารพิษจากยาฆ่าแมลงโดยพืชสมุนไพร |
|||||||||||||||
| โดย 1. นางสาวเบญจลักษณ์ สุระยศ 2. นางสาวนิศาชล มะจิ๊ 3. นายอุทัย มั่งมี |
|||||||||||||||
ที่มาและความสำคัญ |
|||||||||||||||
![]() |
|||||||||||||||
| ปัจจุบันผักผลไม้ที่เรานำมาบริโภค เพื่อส่งเสริมให้มี สุขภาพแข็งแรงนั้นมักมีสารเคมีกำจัดศัตรูพืชหรือที่เรียก ง่ายๆ ว่า ยาฆ่าแมลง ถ้าสารพิษเหล่านี้ตกค้างอยู่ใน ระดับที่ไม่ปลอดภัย ก็จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของ ผู้บริโภค | |||||||||||||||
| อาการของผู้ได้รับสารพิษ | |||||||||||||||
| การได้รับอาหารที่มีสารพิษจากยาฆ่าแมลงตกค้างเป็นประจำ ทำให้ร่างกายอ่อนแอ ขาดความต้านทานโรค มีอาการที่ปรากฏเช่น วิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน หายใจขัด หัวใจอาจหยุดเต้นได้ จากการศึกษาพบว่ามีพืชสมุนไพรที่สามารถล้างสารพิษจาก ยาฆ่าแมลงได้ เช่น ว่านหางจระเข้ ว่านรางจืด แฮ้ม หัว ผักกาด ผู้ทดลองจึงต้องการศึกษาเปรียบเทียบ ความสามารถในการล้างสารพิษของสมุนไพรเหล่านี้ เพื่อนำไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันและทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น |
|||||||||||||||
| แนวคิดในการทำโครงงาน | |||||||||||||||
|
|||||||||||||||
| เนื่องจากมีผู้คนเป็นจำนวนมาก ได้นำแฮ้ม ซึ่งเป็นไม้เถา ชนิดหนึ่งที่ใช้ส่วนของลำต้นบรรจุถุงวางขายตามร้านขาย ยาแผนโบราณ วิธีการรับประทานคือ การนำมาดื่มชงแทน น้ำชา โดยเชื่อตามสรรพคุณว่าสามารถล้างสารพิษตกค้าง จากยาฆ่าแมลงออกจากร่างกายได้ โดยขับสารพิษออกมาทางปัสสาวะ ผู้ทดลองจึงต้อง การทราบว่าพืชผักที่สารพิษ ตกค้างจากยาฆ่าแมลง เมื่อนำมาล้างกับน้ำแฮ้ม จะสามารถล้างสารพิษที่ตกค้างได้หรือไม่ และเมื่อ เปรียบเทียบกับพืชสมุนไพรอื่นๆ ที่มีในท้องถิ่น เช่น ว่านรางจืด ว่านหางจระเข้ และหัวผักกาด ซึ่งมี สรรพคุณ ในการล้างสารพิษภายใน และล้างสารพิษ จากยาฆ่าแมลงได้ ผู้ทดลองจึงต้องการทราบว่า พืชสมุนไพรชนิดใดจะสามารถล้างสารพิษได้ดีกว่ากัน |
|||||||||||||||
| จุดมุ่งหมาย | |||||||||||||||
| 1. เพื่อศึกษาชนิดของพืชสมุนไพรที่สามารถล้างสารพิษจากยา ฆ่าแมลงได้
2. เพื่อศึกษาอัตราส่วนที่เหมาะสมของพืชสมุนไพรที่ใช้ล้าง สารพิษได้ดีที่สุด 3. เพื่อศึกษาลักษณะของพืชสมุนไพรที่เหมาะสมในการล้าง สารพิษ 4. เพื่อศึกษาระยะเวลาที่เหมาะสมของพืชสมุนไพรที่ล้างสารพิษ ได้ดีที่สุด |
|||||||||||||||
| สมมุติฐาน | |||||||||||||||
| พืชสมุนไพร แฮ้ม มีประสิทธิภาพในการล้าง สารพิษจากยาฆ่าแมลงได้ดีกว่าพืชสมุนไพรชนิด อื่น (ว่านหางจระเข้ ว่านรางจืด หัวผักกาด) | |||||||||||||||
| ตัวแปรที่ใช้ในการทดลอง | |||||||||||||||
| ตัวแปรต้น ชนิดพืชสมุนไพร (แฮ้ม , ว่านหางจระเข้ , ว่านรางจืด , หัวผักกาด )
ตัวแปรตาม ประสิทธิภาพในการล้างสารพิษจากยาฆ่าแมลง ตัวแปรควบคุม ปริมาณสมุนไพร, ปริมาตรน้ำที่ใช้ในการ ละลายพืชสมุนไพร, ภาชนะที่ใช้ในการทดลอง, ปริมาณสารที่ใช้ ในการตรวจสอบ, ระยะเวลาที่ใช้ในการทดลอง |
|||||||||||||||
| นิยามเชิงปฏิบัติการ | |||||||||||||||
| ประสิทธิภาพในการล้างสารพิษ หมายถึง ความสามารถ ในการละลายยาฆ่าแมลงออกจากพืชผัก เมื่อตรวจสอบยาฆ่าแมลงในพืชผักหลังการล้างด้วยพืช สมุนไพรจะมี ปริมาณลดลง จนถึงไม่มียาฆ่าแมลงตกค้าง (สีของ สารตรวจสอบ(สีม่วงอ่อน)อยู่ในระดับที่เท่ากับหรือ อ่อนกว่าชุดควบคุม) |
|||||||||||||||
พืชสมุนไพรที่นำมาเปรียบเทียบความสามารถในการล้างสารพิษ |
|||||||||||||||
|
|||||||||||||||
วัสดุอุปกรณ์ |
|||||||||||||||
|
|||||||||||||||
วัสดุอุปกรณ์ |
|||||||||||||||
|
|||||||||||||||
วิธีการทดลอง |
|||||||||||||||
| 1. นำสมุนไพรมาบดให้ละเอียด ผสมน้ำ คั้นแล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง เอาแต่ส่วนของน้ำ เตรียมล้างสารพิษจากยา ฆ่าแมลง เอาส่วนของน้ำเตรียมล้างสารพิษจากยาฆ่าแมลง | |||||||||||||||
|
|||||||||||||||
วิธีการล้างสารพิษจากยาฆ่าแมลงในพืชทดลอง |
|||||||||||||||
| วิธีการเคลือบยาฆ่าแมลงพืชที่ใช้ทดลอง | |||||||||||||||
|
|||||||||||||||
วิธีการตรวจสอบยาฆ่าแมลงตกค้างในพืชทดลอง |
|||||||||||||||
|
|||||||||||||||
เกณฑ์การตัดสินผลการตรวจยาฆ่าแมลงโดยใช้ชุด GT |
|||||||||||||||
|
|||||||||||||||
ผลการทดลอง |
|||||||||||||||
| ตอนที่1 | |||||||||||||||
| ศึกษาชนิดของพืชสมุนไพรที่ เหมาะสมในการล้างสารพิษจาก ยาฆ่าแมลง | |||||||||||||||
|
|||||||||||||||
![]() ![]() |
|||||||||||||||
| ผลการตรวจสอบ พบว่า แฮ้ม ล้างสารพิษจากยาฆ่าแมลงได้ดีกว่าพืช สมุนไพรชนิดอื่น | |||||||||||||||
| ตอนที่ 2 | |||||||||||||||
| ศึกษาอัตราส่วนที่เหมาะสม ของ พืชสมุนไพรในการล้างสารพิษ นำสมุนไพร แฮ้ม ผสมน้ำในอัตราส่วนต่างๆ ไป ล้างสารพิษจากยาฆ่าแมลงโดยแช่ไว้ในเวลา 30 นาที ผลการทดลองพบว่า แฮ้ม : น้ำ อัตราส่วน 20 : 75 ล้างสารพิษได้ดีที่สุดสีของสารตรวจ สอบจางที่สุด หรืออยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย | |||||||||||||||
ตอนที่ 3 |
|||||||||||||||
| ศึกษาระยะเวลาที่เหมาะสมในการล้าง สารพิษจากยาฆ่าแมลง นำถั่วที่เคลือบสารพิษไปแช่ในสมุนไพร แฮ้ม ในระยะเวลาต่างๆ คือ 15 นาที, 20 นาที , 30 นาที, 60 นาที ผลการทดลองพบว่า แฮ้ม : น้ำอัตราส่วน 20 : 75 ในเวลา 30 นาทีขึ้นไปจะล้างสารพิษ ได้ดีที่สุด ( สีของสารตรวจสอบสีม่วงอ่อน หรืออยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย ) | |||||||||||||||
| ตอนที่ 4 | |||||||||||||||
| ศึกษาวิธีการที่เหมาะสมในการล้างสารพิษจาก ยาฆ่าแมลงของ แฮ้ม นำสมุนไพร แฮ้ม แช่ใน น้ำธรรมดา และ น้ำร้อนนำไปล้างยา ฆ่าแมลงในพืชทดลอง | |||||||||||||||
|
|||||||||||||||
น้ำธรรมดา น้ำร้อน |
|||||||||||||||
| ผลการทดลองพบว่า แฮ้มแช่ในน้ำร้อน ล้างสารพิษได้ดีที่สุด หลัง 10 นาที จะ ตรวจสอบไม่พบสารพิษจากยาฆ่าแมลง | |||||||||||||||
สรุปผลการทดลอง |
|||||||||||||||
| สมุนไพรที่ล้างสารพิษจากยาฆ่าแมลงได้ดีที่สุดคือ แฮ้ม รองลงมาคือ ว่านรางจืด ว่านหางจระเข้ และ หัวผักกาด ตามลำดับ | |||||||||||||||
![]() |
|||||||||||||||
| พืชสมุนไพรแฮ้มแช่ในน้ำอุ่น จะล้างสาร พิษได้ดีกว่าในน้ำธรรมดา ใช้เวลา 10 นาที เมื่อตรวจสอบ พืชผักหลังการล้างจะไม่ พบสารพิษตกค้างจากยาฆ่าแมลง | |||||||||||||||
| ประโยชน์ | |||||||||||||||
| 1. ทำให้ทราบชนิดของพืชสมุนไพรที่มีความสามารถในการล้างสารพิษจากยาฆ่าแมลง 2. ได้ทราบอัตราส่วน และระยะเวลาที่เหมาะสมของการล้างสารพิษจากยาฆ่าแมลง โดยใช้พืชสมุนไพร 3. ทำให้ได้พืชล้างสารพิษชนิดใหม่ที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้ใช้ไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม 4. ลดอันตรายที่ได้รับจากยาฆ่าแมลง เป็นการส่งเสริม สุขภาพผู้บริโภค ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น 5. ส่งเสริมการใช้สมุนไพรล้างยาฆ่าแมลงแทนการใช้ยาล้าง สารพิษที่เป็นสารเคมี 6. เป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย เนื่องจากเป็นสมุนไพรที่มี ราคาถูก หาได้ง่ายในท้องถิ่น 7. เป็นการฝึกทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ 8. เป็นการส่งเสริมภูมิปัญญาไทย ในการนำเอาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นใน ชีวิตประจำวัน รวมทั้งการนำไปพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทย |
|||||||||||||||
| ้ข้อเสนอแนะ | |||||||||||||||
| 1. ควรศึกษาความสามารถในการล้างสมุนไพรของพืชที่มีในท้องถิ่นชนิดอื่น เช่นใบบัวบก, ใบ ฝรั่ง, เหงือกปลาหมอ 2. ควรนำพืชสมุนไพรแต่ละชนิดมาผสมกันในอัตราส่วนต่างๆ และศึกษาเปรียบเทียบความสามารถใน การล้างสารพิษจากยาฆ่าแมลง 3. ควรศึกษาเปรียบเทียบกับการล้างด้วยน้ำส้มสายชูผสมน้ำอุ่น หรือการล้างด้วยน้ำด่างทับทิม , สารละลายผงฟู 4. ควรศึกษาเปรียบเทียบกับการล้าง ด้วย น้ำยาล้างสารพิษสำเร็จรูป ที่มีขายในท้องตลาด 5. ควรทำเป็นผลิตภัณฑ์ที่สะดวกแก่การใช้และ สามารถเก็บรักษาได้เป็นเวลานาน โดยไม่เสื่อมคุณภาพ 6. ควรนำความรู้ไปเผยแพร่ให้ผู้อื่น ได้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ |
|||||||||||||||